หนังอินเดีย Hasmukh (ฮัสมุข) ฆ่าให้ขำ ฆาตกรเดี่ยวไมโครโฟน

ตลกดาร์คคอมเมดี้เสียดสีสังคมด้วยพล็อตฉีกแหวกแนว ตัวละครพระเอกแนวแอนตี้ฮีโร่เหมือน You กับ Dexter เรื่องราวมีหลากหลายอารมณ์ลงตัวบ้างไม่ลงตัวบ้าง อาจจะไม่ถึงขนาดพูดได้เต็มปากว่าดีมาก แต่ก็มีดีพอให้เชื้อชวนลองรับชมดูครับ อย่างน้อยถ้าใครสงสัยว่าเรื่องมันผสมกันได้ยังไงระหว่างตลกกับฆาตกรต่อเนื่องก็ลองทดสอบดูช่วง 15 นาทีแรกของเรื่องดูก็ได้ เพราะจะเข้าใจได้ทันทีครับ

หนังอินเดีย

ถือว่า เป็นหนังอินเดีย ที่เปิดเรื่องราวมาอย่างไว เพียงแค่ 7 นาทีแรก ตัวเอกฮัสมุข ก็เข้าสู่ด้านมืด ด้วยการเชือดอาจารย์ของเขา และเริ่มเข้าสู่ช่วงของการเล่าเรื่องตลกดาร์คๆ ทันที ก็ถือได้ว่า จะว่าไปแล้ว หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่มีการผสมผสาน การนำเสนอ  2 แนว ช่วงแรกจะเข้าใจได้ในทันที แนวทางของหนังสยองขวัญ โดยเฉพาะ ฉากฆ่าเปิดเรื่อง ที่ให้เห็นปาดคอเลือดกระฉูด

และอีกแนวหนึง แนวตลกก็เป็นแบบดาร์คคอเมดี้ โดยฮัสมุขตัวเอกจะเล่าสิ่งที่ตัวเองเจ็บแค้น จากคนที่พึ่งฆ่าไป ซึ่งมีการผสมผสานมาเป็นมุกตลกดราม่า เสียดสีสังคม ของฮัสมุข คนธรรมดาชนชั้นล่างของอินเดีย ที่ถูกดขี่จากความอยุติธรรมหลายรูปแบบในสังคม เป็นมุกตลกเสียดสีสังคม นั่นเอง

หนังไม่ได้วางให้ฮัสมุขเป็นคนโหดร้ายโดยสันดาน หากได้ดูต่อเนื่อง เขาเป็นคนจิตใจดี ตัวเรื่องจะปูให้เห็นความสมเหตุผลของการฆ่าแต่ละครั้ง ในเวลาต่อมา ซึ่งบางทีก็อาจเป็นเรื่องบังเอิญบ้าง โดยมีจิมมี่ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งฮัสมุขเองแม้จะเห็นภาพหลอนของคนที่ฆ่าตายไปตลอดเวลา แต่ได้จิมมี่มาเป็นคนช่วยผลักดันให้มองข้ามเรื่องกวนใจต่างๆ

เพื่อไปสู่ฝันการเป็นนักเล่าเรื่องตลกชื่อดังของอินเดีย ซึ่งเป็นความฝันของจิมมี่ จะว่าไปแล้ว หนังวางบทเด่นให้จิมมี่ ส่งเสริม ฮัสมุข ในแบบทั้งเพื่อนรัก เพื่อนร่วมเส้นทางด้านมืด แม้ในบางครั้ง ฮัสมุขหมดหวัง จิมมี่มาช่วยปลุกไฟ และจิมมี่เองก็ได้รับน้ำใจไมตรีจากฮัสมุขมาช่วยเขาเช่นกัน

ทั้งจิมมี่กับฮัสมุขต่าง ก็เป็นคนชั้นล่างของสังคมชนบทอินเดีย ที่ต้องตะกายหาความฝัน เพื่อชีวิตที่ดีกว่า การอยู่ในเมืองเล็กๆ ด้วยการก้าวไปสู่ “มุมไบ” อันเป็นฉากใหญ่ในเรื่องนี้ และก็มีตัวละครใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มสีสรรเรื่องราวให้ลึกยิ่งขึ้น

หนังได้นำเสนอแง่มุมของการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น เพื่อเอาตัวรอดในมุมไบ มาไว้ในเรื่องได้อย่างแยบยล ผ่านการเดินทางของฮัสมุข กับจิมมี่ ซึ่งเป็นคนบ้านนอกของอินเดีย ที่แรกเริ่มดูตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ๆ แต่พอเวลาผ่านไปทั้งคู่ก็ได้เห็นธาตุแท้ของคนในสังคมเมืองหลวง ที่พร้อมจะฉกฉวยตักตวงความสำเร็จจากเขาทั้งคู่อย่างไม่ปราณี

จะว่าไปแล้วคนเหล่านี้ก็ได้กลายมาเป็นเหยื่อให้ฮัสมุข ใช้ฆ่าเพื่อสร้างอารมณ์ให้ขำ ผ่านเกมโชว์ “ราชาเรื่องตลก” ที่เชิญฮัสมุขเข้ามาดันเรตติ้งให้พุ่งขึ้นเป็นผู้แข่งขันพิเศษ นั่นทำให้ฮัสมุขต้องเริ่มฆ่าถี่ขึ้น จนกลายเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในชื่อ “นักฆ่าสายเข็มขัด” ซึ่งเป็นอาวุธที่เขาใช้ต่อเนื่องมาตลอด

รีวิวหนัง

สำหรับเรื่องราวช่วงมุมไบ จะมีตัวละครฝั่งตำรวจเข้ามาสืบสวนจริงจัง และพุ่งเป้าไปที่ ฮัสมุขกับจิมมี่ แต่ก็ต้องเจอกับการปัดคดีตกแบบลวกๆ ของหัวหน้า ที่กำลังใกล้เกษียนอายุราชการ และไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นคดีใหญ่โต จนปิดไม่ลงทำให้กระทบกับเงินบำนาญที่หวังไว้ เป็นเสมือนการเสียดสีวงการตำรวจอินเดีย จนทำให้เกิดคดีอาชญากรรมสูงมากมายติดอันดับต้นๆ ของโลก ในปัจจุบันนี้

สาวฝรั่งที่มาหลงชอบฮัสมุข เป็นเหมือนนางเอกของเรื่องในซีซั่นนี้ ซึ่งตอนเปิดตัวครั้งแรกก็อาจจะงงๆ ดูขัดตาว่าทำไมหนังอินเดีย มีสาวฝรั่งมาเล่นในเรื่องนี้ ก็เสมือนบทสะท้อนว่า หนังใส่ตัวละครคนต่างชาติที่หลงเข้ามาหาความฝันในอินเดีย ด้วยเช่นเดียวกันกับพระเอก

และด้วยความที่ภาษาอังกฤษในอินเดีย ถูกใช้เป็นภาษาราชการ สาวฝรั่งคนนี้  ก็เป็นเหมือนที่พักใจให้ฮัสมุข ได้ระบายบาปในใจของตัวเองออกมาหมดเปลือก ต่อหน้าผู้หญิงที่รัก โดยที่ตัวเธอเองก็ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าฮัสมุขพูดอะไรอยู่ เพราะเขาจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ กลายเป็นซีนที่ทำออกมาได้ลงตัวดี

สรุป

หนังเรื่องนี้ ได้นำเสนอเรื่องราวที่ตัวเอกทั้งคู่ ถูกกระทำ จนต้องปลดปล่อยด้านมืดออกมา ในแนวดราม่าเสียดสี และมีบทตลกขำๆ ซะมากกว่า นอกจากนี้ยังมีมุมแอบซึ้ง แนวดราม่ากับความรัก การทำงาน ที่ฮัสมุขกับจิมมี่ต้องพบเจอ เรียกได้ว่า การรับชมหนังเรื่องนี้ จะได้ทั้งแนว ระทึกขวัญ และ แนวตลก แอบซึ้งในบางครั้ง ครบรสเลยทีเดียว